ข่าวเด่น » “บิ๊กโจ๊ก”เผย ตร.รวบ 2 หนี 1แก๊งเยอรมันฆ่าหั่นศพ”ฮันส์ ปีเตอร์”นักธุรกิจปมประสงค์ต่อทรัพย์

“บิ๊กโจ๊ก”เผย ตร.รวบ 2 หนี 1แก๊งเยอรมันฆ่าหั่นศพ”ฮันส์ ปีเตอร์”นักธุรกิจปมประสงค์ต่อทรัพย์

12 กรกฎาคม 2023
755   0

“บิ๊กโจ๊ก” เผยจับตัวการสำคัญ ฆ่าหั่นศพ “ฮันส์ ปีเตอร์” นักธุรกิจชาวเยอรมัน ได้แล้ว 2 ราย ยังหลบหนีอีก 1 ยืนยันเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ มั่นใจหลักฐานแน่นมัดตัวดิ้นไม่หลุด สั่งตำรวจลุยล้างบางมาเฟียต่างชาติ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 ก.ค.66 ที่ห้องประชุมชั้นที่ 3 สภ.เมืองพัทยา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รรท. ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 2 ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตม.จ.ชลบุรี ตร.ทท. ร่วมประชุมสรุปคดีฆ่าหั่นศพนักธุรกิจชาวเยอรมัน และประชุมกวาดล้างกลุ่มแก๊งมาเฟียต่างชาติที่มาอาศัยในพื้นที่โดยรอบเมืองพัทยา โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ต้องขอชื่นชมการทำงานของตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตม.ชลบุรี โดยการสืบสวนใช้เวลาวันกว่าๆ เราก็พบศพ นายฮันส์ ปีเตอร์ แรลเตอร์ มัค นักธุรกิจชาวเยอรมัน อายุ 62 ส่วนผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับ 3 ราย เราทำการจับกุมได้แล้ว 2 ราย คือ นางเพทร่า คริสเติล กรุนด์กริฟ อายุ 54 ปี และ นายโอลาฟ ธรอสเทน บริงก์มันน์ อายุ 52 ปี เหลืออีก 1 คน น่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ อีกบางส่วนคือเจ้าของบ้านที่เช่า มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ดังนั้นในคดีนี้ ตำรวจได้ตัวผู้ต้องหารายสำคัญ และมีการจับกุมได้ทั้งหมดแล้ว ส่วนพยานหลังฐานตำรวจมีเพียงพอที่จะทำให้ศาลลงโทษ ทั้งดีเอ็นเอ ลายพิมพ์ลายนิ้วมือ ลายพิมพ์ฝ่ามือ ร่องรอยพยานหลักฐาน ที่บ้านหลังเกิดเหตุ รวมทั้งก้นบุหรี่ ซึ่งขณะนี้ หลักฐานค่อนข้างมีความสมบูรณ์ โดยสิ่งที่ต้องทำต่อหลังจากนี้ คือ การไล่ความเชื่อมโยงว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ วันนี้ตัวหัวหน้ากระบวนการหลักก็คือกลุ่มแก๊งเอาน์รอ ซึ่ง นายโอลาฟ เป็นตัวการหลัก และเมื่อหลายปีที่แล้วก็กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งวันนี้ได้สั่งการร่วมกับ ผบช.ภาค 2 ในการเอ็กซเรย์ทั้งหมดในพื้นที่หนองปรือและพัทยา ซึ่งกลุ่มขบวนการพวกนี้เป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ที่มาปักหลักอาศัยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ภูเก็ต และ เกาะสมุย

“อย่างเช่นเมืองพัทยา ก็พักในหนองปรือ แต่มาเที่ยวฝั่งพัทยา แล้วก็ทำตัวเป็นมาเฟียเป็นผู้มีอิทธิพล ชาวต่างชาติคนใดที่มาทำธุรกิจก็ต้องผ่านคนเหล่านี้ ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว ซึ่งตนได้สั่งการให้สำรวจแล้วจะทำการค้นร่วมกัน ซึ่งอยากฝากถึงประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสมาที่ผม ผบช.ภาค 2 หรือทาง รรท.ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ถ้าเราพบก็จะถอดวีซ่า พร้อมผลักดันออกนอกประเทศแล้วทำแบล็คลิสต์ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่ให้อยู่ประเทศไทยอีกแล้ว เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดแต่ละครั้งสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศไทยเรา อย่างเช่นจีนอุ้มจีน เยอรมันอุ้มเยอรมัน ต่อไปใครจะมาเที่ยวพัทยาก็ไม่อยากมา ใครจะมาลงทุนก็ไม่อยากมา วันนี้เราได้ประชุมแก้ไขกันแล้ว” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว วันนี้ (11 ก.ค.) ทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปแล้วกับเจ้าของบ้าน เรื่องการเคลื่อนย้ายซ่อนเร้นศพ ส่วนตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จับได้แล้วนั้น วันนี้ยังไม่ให้การใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้จะให้การหรือไม่ให้การ เราไม่หนักใจเพราะเรามีพยานหลักฐานต่างๆเต็มไปหมด ทั้งพยานหลักฐาน ดีเอ็นเอ ร่องรอยคราบเลือดต่างๆ ถึงแม้จะเป็นส่วนวิธีการเดิมๆในการหั่นศพ คือ เอาศพไปแช่แข็งไว้แล้วนำมาหั่นจะได้ไม่มีเลือด ซึ่งจริงๆแล้วการหั่นศพทุกครั้ง ยังไงก็มีเลือดกระเส็น ยังไงก็ยังมีร่อยรอยหลักฐานหลงเหลืออยู่ รวมถึงเรื่องรถก็สามารถยึดพยานหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นทางตำรวจมั่นใจยังไงก็ไม่รอด ที่ไม่รอดเพราะตำรวจทำงานเร็ว แต่ช้ากว่านี้หลักฐานจะหายไปหมด

“ส่วนปมเหตุจูงใจนั้น ยืนยันว่าไม่มีเหตุจูงใจอย่างอื่น เป็นเรื่องของการประสงค์ต่อทรัพย์ โดยพฤติกรรมของ นายโอลาฟ จะทำตัวเป็นมาเฟีย และผู้มีอิทธิพลให้กับคนต่างชาติ ที่มีสัญชาติเดียวกัน ใครจะมาทำธุรกิจในเมืองไทย ต้องมาจ่ายค่าคุ้มครอง เมื่อไม่จ่ายและรู้ว่าใครมีทรัพย์ ก็จะใช้ นางเพทร่า เป็นคนหลอกมา แล้วทำการฆ่า ซึ่งหลักการคือประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีเรื่องอื่น และไม่มีอะไรซับซ้อน ซึ่งพฤติกรรมต่างชาติแบบนี้ จะถูกกวาดล้างให้หมดสิ้นไป ส่วนวันนี้เราได้เชิญตำรวจประสานงานประจำสถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ทางสถานฑูตก็ชื่นชมการทำงานที่สามารถรักษาชีวิตภรรยากับลูกเขาได้ปลอดภัย แต่สิ่งหนึ่งที่ทางประเทศเยอรมันมีข้อมูลของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เราก็จะเอาข้อมูลจากเขามาทำงานในประเทศไทย ด้วยการประสานข้อมูลกันในการทำงาน โดยจะเร่งทำข้อมูลให้เสร็จในสัปดาห์หน้า แล้วเราจะทำการตรวจค้นกันต่อไป” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว