ข่าวสังคมทั่วไป » ‘พ.ต.อ.’ โหด ปืนจ่อขมับให้น้องชายก้มกราบเท้าขอโทษ ฉุนใช้น้ำผสมยาฆ่าแมลงรดต้นมะขามเทศ

‘พ.ต.อ.’ โหด ปืนจ่อขมับให้น้องชายก้มกราบเท้าขอโทษ ฉุนใช้น้ำผสมยาฆ่าแมลงรดต้นมะขามเทศ

23 พฤษภาคม 2023
512   0

ขอนแก่น- พ.ต.อ. โหด ปืนจ่อขมับให้ก้มกราบเท้าขอโทษ หลังใช้น้ำในโอ่งผสมยาฆ่าแมลงรดต้นมะขามเทศ น้องชายไม่ยอม แย่งปืน กระสุนลั่นมือขวาทะลุ ขณะที่ โฆษกภาค 4 ย้ำ เป็นผกก.ใช่จะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ผิดถูกว่ากันตามกฏหมายทั้งอาญาและวินัย

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 พ.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายชาญยุทธ ขันตี อายุ 51 ปี ชาวบ้านสาวะถี ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งพักรักษาตัวในห้องพิเศษ หมายเลข 5 รพ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ว่าถูกพี่ชายเป็นตำรวจยศ พ.ต.อ. ประจำที่กองบังคับกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 4 (พ.ต.อ.อนิรุธ ขันตี) ใช้อาวุธปืนยิงขนาด 9 มม. ยิงกระสุนปืนทะลุมือขวา บาดเจ็บ จนต้องเข้ารักษาตัวในรพ.บ้านฝางดังกล่าว

นายชาญยุทธ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.00น.เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังช่วยกันกับคนงานผสมน้ำยาฆ่าแมลงเพื่อฉีดพ่นต้นมะขามเทศ ที่บริเวณที่ดินซึ่งเป็นที่นาติดกับของนายตำรวจนายดังกล่าวที่บ้านสาวะถี ม.6 ต.สาวะถี เพื่อเตรียมขุดขยายคลองเก็บน้ำ ข้างคลองปลูกต้นมะขามเทศเอาไว้ แต่ก่อนจะให้รถแมคโครมาขุดคลอง จึงสูบน้ำออกก่อน เมื่อสูบน้ำออกแล้ว จะผสมยาฆ่าแมลงรดต้นมะขามเทศ จึงต้องตักเอาน้ำในโอ่งข้างบ้านของแม่ ขณะกำลังตักเอาน้ำ พี่ชายที่เป็นนายตำรวจมาเยี่ยมพ่อแม่มาเห็นเข้าก็ไม่พอใจ ตรงเข้ามาต่อว่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย จึงมีการด่าทอกันและชกต่อยกัน

” พี่ชายสู้ไม่ไหว จึงไปหยิบเอาปืนที่รถมายิงขู่ 4 นัด พร้อมกับเดินตรงเข้ามาจ่อที่ขมับ บังคับให้ก้มกราบขอโทษ แต่ผมไม่ยอมกราบ พร้อมกับปัดปืนออกแต่ตำรวจไม่ยอม จึงเกิดยื้อแย่งปืนกัน ก่อนถูกยิงปืนใส่มือขวา 1 นัด แล้วตำรวจก็พูดว่า กูเป็นผู้กำกับ ใครทำอะไรกูไม่ได้ จังหวะนั้น พ่อแม่เข้ามาห้าม พี่ชายก็ผลักแม่จนล้มลงกับพื้นจากนั้นก็ออกจากบ้านไป จากนั้นญาติพาผมส่งรพ.บ้านฝาง และแพทย์ก็ทำการรักษาบาดแผลจนอาการดีขึ้น ซึ่งโชคดีที่กระสุนไม่ถูกกระดูกและเส้นเอ็น กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัดสินใจร้องเรียนสื่อมวลชนเพราะ ต้องการให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง พิจารณา ความประพฤติของนายตำรวจระดับสูงรายนี้ มีวุฒิภาวะ แต่ไม่มีสติ ขาดสติ ทำร้ายญาติพี่น้อง พร้อมกับความกับตำรวจสภ.บ้านเป็ดให้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.รายนี้ด้วย”

ขณะที่พระครูปลัดสุริยะ เจริญสุข ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย บ้านสาวะถี กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้ยินเสียงสองพี่น้องทะเลาะกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์บานปลาย โดยพี่น้องทั้งสองคนได้ชกต่อยกัน แต่ทางคนที่เป็นพี่ชายสู้น้องไม้ได้ล้มลง ก่อนที่จะไปหยิบปืนที่อยู่ในรถยนต์ออกมา ก่อนที่จะยิงขู่ ตอนนั้นตกใจเลยต้องวิ่งหนีไปทางข้างบ้านโดยทางพี่บอกให้น้องชายยอมโดยใช้ปืนขู่ ก่อนจะมีการยิงปืน จนทำให้นายชาญยุทธได้รับบาดเจ็บ

ด้านนางชฏา ขันตี อายุ 81 ปี มารดาของคนเจ็บกล่าวว่า ปกติทั้ง 2 คน จะไม่เคยมีปากเสียงทะเลาะกัน แต่ในวันเกิดเหตุทางพี่ชายกลัวน้ำที่อยู่ในโอ่งจะถูกสารเคมีปนเปื้อนกับน้ำ เพราะน้ำที่ให้พ่อแม่ใช้อยู่ใช้กินนั้น พี่ชายซื้อมา พี่ชายอยากให้ใช้น้ำที่อยู่ในสระแทนน้ำในโอ่ง จนเกิดทะเลาะกันและมีการใช้ปืน แม่ไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในครอบครัว เพราะแม่รักลูกเท่าๆกัน

ด้านพล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล รองผบช.ภ.4 และโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวนั้น หลังจากทราบเรื่องก็มีการตรวจสอบไปยังกลุ่มงานที่นายตำรวจรายดังกล่าวทำงานอยู่ และทราบจากเจ้าตัวว่า วันเวลาดังกล่าวเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกับน้องชายจริง เพราะไม่พอใจที่น้องชายเอาน้ำในโอ่งที่พ่อแม่ใช้บริโภคไปผสมยาฆ่าแมลงรดต้นมะขาม จึงห้ามปรามน้องชาย แต่ถูกน้องชายทำร้ายร่างกาย จึงใช้อาวุธปืนออกมาปกป้องตัวเอง น้องชายมาแย่งปืนจนปืนลั่นใส่มือบาดเจ็บ

“กรณีดังกล่าวนั้นก็ต้องมีการตรวจสอบ สอบสวนข้อเท็จจริง ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการตามขั้นตอน ผิดถูกว่ากันตามกฎหมาย ทั้งอาญาและวินัย ข้าราชการตำรวจระดับใดก็ตามถ้าทำผิดก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน เป็นผกก.ก็ใช่ว่าจะมีอำนาจพิเศษเหนือกว่าคนอื่น”